หมอเมา

ประวัติหมอเมา (รวบรวมจาก Google)

หมอเมา

ชื่อจริง :  พิชัย ปิตุวงศ์


ตำแหน่งปัจจุบัน : หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรฟุตบอลบีบีซียู (สินธนาเก่า)


อดีต : กุนซือทีมบีอีซี เทโรศาสน คนสุดท้าย ที่เคยนำทีมคว้าแชมป์ไทยลีกครั้งที่ 6 รวมทั้งได้แชมป์ครั้งที่ 5 ในฐานะผู้ช่วยผู้ฝึกสอนยุค เจสัน วิธ เป็นกุนซือ


ทีมงาน : สต๊าฟฟ์โค้ชระดับคุณภาพ ประกอบไปด้วย ธรรมวิทย์ ศิริธรรม, เสกสรรค์ ปิตุรัตน์ และ ธนัญชัย บริบาล 


ชื่อเล่น : หมอเมา สถานะภาพ : สมรส
วันเกิด : 15 พ.ค 2499 อายุ : 54
ส่วนสูง : 165 น้ำหนัก : 86
การศึกษา : ปริญญาตรี วทบ.
ความสามารถพิเศษ : มากมาย
สนใจ : ชอบวิเคราะห์ วิจารณ์กีฬาทุกชนิด
ชอบ : กีฬา ไม่ชอบ : ความไม่ยุติธรรม
ประวัติการทำงาน : สื่อมวลชน, โค้ชฟุตบอล สโมสร สันธนา ปีอีซี เทโร ทีมชาติไทย










วิเคราะห์ วิจารณ์บอลแบบสไตล์ หมอเมา   ชัดเจน ตรงประเด็น ไม่อ้อมค้อม จากประสบการณ์ตรง  โดยหมอเมา เจ้าเก่า นักวิเคราะห์ วิจารณ์ บอลระดับประเทศ โทร. xxxxxxxxx
โทรด่วนวันนี้ แล้วคุณจะพบข้อมูลแบบ บอลเด็ด บอลชัวร์ ก่อนใคร !!!

 *** Promotion พิเศษ :   พิเศษสุดๆ โทรปุ๊บ ลุ้น Nissan March ปั๊บ ง่ายๆเพียงคุณโทรมาใช้บริการ 1 ครั้ง / 1 สิทธิ์  วันนี้ - 31 มีนาคม 2555 ... โชคดีอาจเป็นคุณ *** 

ฟังรายการวิทยุของหมอเมาย้อนหลัง


ทันตแพทย์พิชัย ปิตุวงศ์ "หมอเมา" เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์กีฬารายวัน "Hot Scoreร์"ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากคอกีฬาจำนวนมาก เเละเป็นผู้จัดรายการกีฬาคลื่น FM.99 รายการ Sport Guide ได้ให้ทัศนคติ เกี่ยวกับทึมฟุตบอล เชลซี  ว่า

            " ช่วงนี้ฟอร์มเชลซีน่าเป็นห่วง เพราะไม่ชนะคู่แข่งมีสี่เกมส์ติดต่อกันแล้ว ซึ่งทำให้กระแสการปลด อังเดร วิลลาส โบอาส กุนซือหนุ่มของทีมมีมากขึ้นเรื่อยๆ

             โดยจุดที่น่าสนใจและเป็นประเด็นหลักจริงๆ หนีไม่พ้นเรื่องปัญหากันเองภายในทีมที่ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของทีมมากกว่า ที่ทั้งในเกมลีกหรือฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพนัดที่ผ่านมาต่ำกว่ามาตรฐานมาก

         ....อีกทั้งภายในทีมอย่างที่รู้กันว่าระบบนักเตะอาวุโสภายในทีมค่อนข้างมีอัทธิพลต่อทีมสูง ...ดังนั้นพอโบอาสที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่แถมวัยวุฒิอายุยังน้อยกว่าหรือเท่ากับนักเตะซีเนียร์บางคนภายในทีมด้วยซ้ำ และต้องการเปลี่ยนแปลงทีม ย่อมสร้างความไม่พอใจ นักเตะซีเนียร์อย่าง จอห์นเทอรี่ ดิดิเยร์ ดร๊อกบา และแฟรงค์ แลมพาร์ดอย่างแน่นอน

              พอได้ดูฟอร์มของเชลซีเล่นในนัดที่ผ่านมาก็เห็นได้ว่าฟอร์มตกลงอย่างน่าใจหาย ทั้งแนวรับที่อ่อนปวกเปียก เกมตรงกลางก็ไม่มีคุณภาพ ส่วนกองหน้าก็ไม่มีประสิทธิภาพในการทำประตูเลยก็ว่าได้ อย่าเช่นเฟอร์นันโด ตอเรส ค่าตัว 50 ล้านปอนด์แต่ทำประตูให้ทีมได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น

               สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่ามีผลกระทบในด้านลบต่อทีมในทุกฝ่ายเลย ไล่ไปตั้งแต่โค้ช นักเตะ แฟนบอล รวมทั้งเจ้าของสโมสรที่ทุกฝ่ายอยากจะเห็นทีมประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ถ้าทิศทางของทีมยังเป็นแบบนี้ ก็คงต้องเตรีมตัวไปซดน้ำใบบัวบกรักษาโรคโรคชอกช้ำระกำใจหลังจบฤดูกาลอย่างแน่นอน

                สุดท้ายต้องดูกันไปว่า ปัญหาใหญ่เรื่องนี้ของทีมเชลซีจะลงเอยแบบใหน แต่เชื่อว่าคงไม่จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งทุกฝ่ายแน่ เพราะบาดแผลภายในทีมดูมันยากเกินที่จะรักษาด้วยวิธีการเบาๆ

                 แต่อาจจะต้องใช้ยาแรงที่เจ้าของสโมสรคือ โรมัน อับราโมวิช เป็นคนเลือกเองว่าจะเฉือนเนื้อส่วนใหนเพื่อรักษากระดูกจากขั้วอำนาจที่มีอยู่ภายในทีม ทำให้ขอบอกแฟนเชลซีให้ทำใจได้เลยว่า อีกไม่นานเกินรอ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในทีม ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน "

                 ครับในฐานะแฟนทีมเชลซีเช่นกัน ก็อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ทีมดีขึ้นครับ.....


ที่มา : ฮอทสกอร์


"ตามรอยฝัน"
ของ ทันตแพทย์ พิชัย ปิตุวงศ์






       ผมเป็นคนชอบมีความฝัน สมัยยังเด็ก เรียนหนังสืออยู่ที่ จ. ฉะเชิงเทรา เวลาคุณครูให้แต่งเรียงความเรื่องราวที่เป็นอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ความฝันของข้าพเจ้า อนาคตของข้าพเจ้า ผมจะมีความสุขกับการเขียนเรื่องราวของความฝัน และไม่เคยคิดว่าความฝันจะเป็นความจริง

       ผมเชื่อว่าทุกคนต่างมีความฝัน บางคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นวิศวกร บางคนอยากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ บางคนอยากเป็นครู บางคนอยากเป็นดารา นักร้อง แต่ทุกคนไม่รู้ว่าพออายุเพิ่มขึ้น ฝันกับความเป็นจริงของชีวิต อาจเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

       ผมมีเพื่อนจำนวนมากที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่พออายุมากขึ้น จบการศึกษา แยกย้ายกันไปมีหน้าที่การงาน มีครอบครัว เกือบทุกคนไม่มีโอกาสเดินตามฝันของตัวเอง บางคนเรียนเก่ง อยากเป็นหมอ แต่ชีวิตผกผัน อาจจะเป็นเพราะความโชคร้ายช่วงที่สอบเอ็นทรานซ์ ทำข้อสอบพลาด ต้องไปเรียนเป็นนักกฎหมาย บางคนโชคดี อาจจะเรียนไม่เก่ง แต่สอบได้เรียนหมอ วิศวกร หรืออาจะเป็นหมอฟันเหมือนผม

       ไม่ว่าสมัยเด็กใครจะเป็นแบบไหน ฝันเป็นอะไร แต่โลกแห่งความจริง คงไม่มีใครโชคดีเดินตามฝันของตัวเองได้ทุกคน  สมัยเด็กผมก็เหมือนกับทุกคนที่อยากเป็นหมอ อาชีพยอดฮิตของลูกคนจีนที่อยากมีอนาคตที่สบาย คนเป็นหมอตามความคิดของเด็กรุ่นผม  จะมีชีวิตที่สุขสบาย  มีเงินมีทอง  มีหน้ามีตา มีเกียรติยศ แต่พอถึงเวลา ผมก็ไม่อาจเดินตามความฝันของตัวเองได้ ต้องมาเรียนเป็นหมอฝัน อาชีพที่ไม่เคยฝันมาก่อนเลย

       ถึงจะพลาดหวังจากการเรียนเป็นหมอ  ผมก็ยังมีความฝันสำรอง  เหตุผลเพราะผมเป็นคนชอบเล่นกีฬา ชอบอ่านข่าวกีฬา ชอบดูกีฬา ไม่เฉพาะเรื่องราวของฟุตบอลที่ผมรักเป็นชีวิตจิตใจ แต่รวมถึงกีฬาเกือบทุกประเภท ในเมื่อผมจำเป็นต้องเรียนทันตแพทย์ ผมก็เคยใช้เวลาว่างเกือบทั้งหมดเล่นกีฬา ในช่วงเรียนอยู่ที่ทันตแพทย์จุฬา ผมจะเสนอตัวเป็นนักกีฬา เล่นให้กับคณะเกือบทุกประเภทกีฬา แต่กับมหาวิทยาลัย ผมเป็นได้แค่นักฟุตบอล นักรักบี้ และนักกรีฑา เหตุผลเพราะผมเป็นคนตัวเล็กที่วิ่งเร็ว พอมีโอกาสไปคัดเลือก ก็เข้าตาได้เล่นเป็นตัวแทนของจุฬา

       พอเรียยนจบมาทำงานเป็นหมอฟัน อาจจะเป็นเพราะใจไม่รักไม่ชอบ ทำให้ผมทำงานอาชีพหมอฟันน้อยมาก พยายามหาเวลาว่างไปออกกำลังกาย เล่นกีฬา ทั้งฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน และกอล์ฟ ทำให้ได้เห็นสัจธรรมในชีวิต คือ อาชีพหมอฟันจะสบาย มีเงินมีทอง แต่ไม่ใช่เส้นทางชีวิตที่ต้องการ ในเมื่อหัวใจรักและปรารถนาอยากอยู่กับกีฬา ทำให้ตัดสินใจเลิกอาชีพหมอฝัน ขอเดินตามความฝันของตัวเอง

       เริ่มแรกไปอบรมโค้ชฟุตบอล กลับมาใช้ชีวิตเป็นโค้ชฟุตบอล เผอิญพรรคพวกที่ทำงานอยู่ในสายสื่อมวลชนทางด้านกีฬา เอ่ยปากชักชวน ก็เลยเริ่มต้นทำงานทั้งเขียนหนังสือ ทำรายการทีวี ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับแวดวงกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอล

        พอตัดสินใจเลิกอาชีพโค้ชฟุตบอล ผมก็ทำงานทางสายสื่อมวลชนเต็มตัว ทั้งเขียนบทความ เขียนวิพากษ์วิจารณ์ฟุตบอลทั้งในประเทศและต่างประเทศ จัดรายการวิทยุ ทำรายการทีวี ชีวิตอาจจะไม่สุขสบายเหมือนทำงานเป็นหมอฟัน แต่รู้สึกดีมากกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง ยิ่งทำงานมากยิ่งรู้สึกตัวเองตัดสินใจไม่ผิดพลาด เพราะการได้ทำงานตามความฝันของตัวเอง ถึงจะเป็นความฝันสำรอง ไม่ได้เป็นหมอ แต่ผมก็ยังโชคดีกับชีวิตที่เลือกได้


งานนี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ แต่ขอเตือนคนที่อยากลอกเลียนแบบ
เพราะต้องพอใจกับสภาพชีวิตของตัวเอง ถึงจะมีความสุขครับ


ขอบคุณ แหล่งที่มา - กรุงเทพธุรกิจ 

No comments:

Post a Comment